<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Suwaniti Law Office</title>
	<atom:link href="https://suwanitilawoffice.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://suwanitilawoffice.com/</link>
	<description>ให้บริการด้านกฎหมายครบวงจร โดยทนายความประสบการณ์มากกว่า 10 ปี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 07 Feb 2025 16:35:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9</generator>

<image>
	<url>https://suwanitilawoffice.com/wp-content/uploads/2025/02/favic-icon.png</url>
	<title>Suwaniti Law Office</title>
	<link>https://suwanitilawoffice.com/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เรื่องที่ 3 ว่าด้วยเรื่อง &#8220;กำจัดมิให้ได้รับมรดก&#8221;</title>
		<link>https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3-%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ksi3pa9]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 16:35:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://suwanitilawoffice.com/?p=364</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1605 วรรคแรก บัญญัติว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3-%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/">เรื่องที่ 3 ว่าด้วยเรื่อง &#8220;กำจัดมิให้ได้รับมรดก&#8221;</a> appeared first on <a href="https://suwanitilawoffice.com">Suwaniti Law Office</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1605 วรรคแรก บัญญัติว่า &#8220;ทายาทคนใดยักย้าย หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้นโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่า ตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่นทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย แต่ถ้าได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น&#8221;</p>



<p>จากกฏหมายข้างต้น หมายถึงว่า ถ้าทายาทคนใด เอาทรัพย์มรดกไปซ่อน ไปแอบขาย แอบให้คนอื่น โดยโกงทายาทคนอื่นที่มีสิทธิได้ หรือรู้อยู่ว่าทรัพย์นั้นเป็นมรดก ที่พี่น้องคนอื่นต้องมีสิทธิได้รับ ถือว่าทายาทคนนั้นยักย้าย หรือปิดบังทรัพย์มรดกแล้ว</p>



<p>ประเด็นต่อมา การยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกนั้น ผลในทางกฏหมายจะเป็นอย่างไร ต้องพิจารณาจากทรัพย์มรดกทั้งหมดที่มีอยู่ แยกได้ 2 แบบคือ</p>



<p>1. ถ้าทายาทคนนั้นยักย้าย หรือปิดบัง &#8220;มากกว่า&#8221; ส่วนที่ตนจะได้ กรณีนี้ ต้องถูกกำจัดไม่ให้ได้รับมรดกทั้งหมด ยกตัวอย่าง เจ้ามรดก มีทายาท 3 คน มีทรัพย์สินคือ ที่ดิน 1 แปลง มูลค่า 1 ล้านบาท เงินฝาก 5 ล้านบาท เท่ากับว่า ทรัพย์มรดกมีทั้งหมด 6 ล้านบาท ต้องแบ่งกันระหว่างทายาท คนละ 2 ล้านบาท</p>



<p>แต่ ! ทายาทคนหนึ่ง แอบถอนเงินไปจากบัญชี 3 ล้านบาท มากกว่าส่วนที่ตนจะได้ คือ 2 ล้านบาท ดังนั้น ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดไม่ให้ได้มรดกเลยสักบาทเดียว เท่ากับว่าทายาทอีกสองคน จะได้รับมรดกคนละ 3 ล้านบาท</p>



<p>2. หากเจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกจำนวน 3 ล้านบาท และมีทายาท 3 คน ทายาทแต่ละคนจะมีสิทธิได้รับเงินคนละ 1 ล้านบาท หากทายาทคนนึง แอบถอนเงินออกไป 500,000 บาท ซึ่งน้อยกว่าส่วนที่จะได้ ทายาทคนนั้น ต้องถูกกำจัดไม่ให้ได้รับมรดกเพียงเท่านั้น คือ 500,000 บาท ซึ่งต้องนำไปแบ่งให้กับทายาทที่เหลือ เท่ากับว่า ทายาทคนที่เหลืออีกสองคนนั้น จะได้รับเงินคนละ 1,250,000 บาท ส่วนคนที่แอบถอนเงินออกไป จะได้รับเพียง 500,000 บาท</p>



<p>แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นกรณีที่ต้องฟ้องคดีต่อศาล และเข้าสู่การพิจารณาของศาลเท่านั้น</p>
<p>The post <a href="https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3-%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/">เรื่องที่ 3 ว่าด้วยเรื่อง &#8220;กำจัดมิให้ได้รับมรดก&#8221;</a> appeared first on <a href="https://suwanitilawoffice.com">Suwaniti Law Office</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องที่ 2 การส่งข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม</title>
		<link>https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ksi3pa9]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 16:34:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://suwanitilawoffice.com/?p=361</guid>

					<description><![CDATA[<p>การส่งข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2/">เรื่องที่ 2 การส่งข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม</a> appeared first on <a href="https://suwanitilawoffice.com">Suwaniti Law Office</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การส่งข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ในกลุ่มแอปพลิเคชั่นไลน์ มีมูลความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 หรือไม่ ?</p>



<p>ป.อ. มาตรา 326 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>



<p>ป.อ. มาตรา 328 บัญญัติว่า ถ้าความผิดหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนต์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียงหรือการกระจายภาพ หรือกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท</p>



<p>จากคำถามด้านบน ผมขอยกคำพิพากษาศาลฎีกา มาให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษากันดังนี้</p>



<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>



<p>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5276/2562</p>



<p>การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ป.อ. มาตรา 326 นั้น จะต้องได้ความว่าการใส่ความดังกล่าวได้ระบุถึงตัวบุคคลผู้ถูกใส่ความเป็นการยืนยันรู้ได้แน่นอนว่าบุคคที่ถูกใส่ความเป็นใคร หรือหากไม่ระบุถึงผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความนั้นก็ต้องได้ความว่าหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อพิจารณาข้อความตามภาพถ่ายแล้ว แม้ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าเป็นโจทก์ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เป็นอดีตทหาร และเช่าที่ดินจาก บ. ซึ่งอยู่ติดสะพานข้ามแม่น้ำ เพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร “พ.” ซึ่งมีเพียงร้านเดียวในจังหวัด และยังมีข้อพิพาทฟ้องร้องดำเนินคดีกับ บ. ด้วย เมื่อได้อ่านข้อความตามภาพถ่ายดังกล่าวแล้ว ก็เข้าใจทันทีว่าบุคคลที่จำเลยกล่าวถึงนั้นหมายถึงโจทก์ และอาจทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง คดีโจทก์จึงมีมูลเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ป.อ. มาตรา 326</p>



<p>ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 นั้น ผู้กระทำต้องเผยแพร่ข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทออกไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป การที่จำเลยส่งข้อความลงในแอปพลิเคชั่นไลน์ มีลักษณะเป็นเพียงเจตนาการแจ้งหรือไขข่าวไปยังเฉพาะกลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ในกลุ่มไลน์ดังกล่าวเท่านั้น ยังไม่ถึงกับเป็นการกระจายข่าวไปสู่สาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป คดีโจทก์จึงไม่มีมูลความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328</p>



<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212; </p>



<p>สรุปคือ ตามคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว เห็นว่า การส่งข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ในกลุ่มแอปพลิเคชั่นไลน์ ยังไม่มีมูลความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 เนื่องจากกลุ่มแอปพลิเคชั่นไลน์เป็นกลุ่มเฉพาะบุคคลซึ่งอยู่ในกลุ่มไลน์ เป็นกลุ่มเฉพาะยังไม่เป็นการกระจายข่าวไปสู่สาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม การส่งข้อความในกลุ่มไลน์ดังกล่าว หากเป็นการหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง แล้ว ก็ยังคงมีมูลความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ป.อ. มาตรา 326</p>
<p>The post <a href="https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2/">เรื่องที่ 2 การส่งข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม</a> appeared first on <a href="https://suwanitilawoffice.com">Suwaniti Law Office</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความเคสตัวอย่างเรื่องที่ 1</title>
		<link>https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ksi3pa9]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 16:11:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความสาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://suwanitilawoffice.com/?p=345</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตัวเองไม่ต้องคืนเงินพี่แล้วนะ แล้วพี่ก็จะไม่ทวงไม่ทำให [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/">บทความเคสตัวอย่างเรื่องที่ 1</a> appeared first on <a href="https://suwanitilawoffice.com">Suwaniti Law Office</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“ตัวเองไม่ต้องคืนเงินพี่แล้วนะ แล้วพี่ก็จะไม่ทวงไม่ทำให้ตัวเองลำบากใจอีก พี่ขอโทษกับเรื่องราวที่ผ่านมา และอยากให้รู้ว่าพี่ยังรักตัวเองอยู่” ข้อความดังกล่าวเมื่อส่งผ่านทางแอปพลิเคชันการสนทนาออนไลน์ มีผลทางกฎหมายอย่างไร</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในยุคที่การส่งข้อมูล ข่าวสาร หรือการสนทนาต่างๆ สามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่คลิ๊กเดียวเราก็สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ที่อยู่ห่างไกลจากเราได้ โดยไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าหรือได้ยินเสียง หรือโดยการส่งจดหมายซึ่งต้องใช้เวลานาน เหมือนดังเช่นที่ผ่านมา โดยอาศัยสื่อกลางจากแอปพลิเคชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไลน์ (Line) วีแชต (WeChat) เมสเซนเจอร์ (Messenger) หรือแอปพลิชันอื่นๆ ถ้าเป็นการส่งถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ถามไถ่สภาพดินฟ้าอากาศ คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากการส่งข้อความนั้น เป็นข้อความที่แสดงถึงการแสดงเจตนาไปในทางที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ (เจตนามุ่งให้เกิดผลในทางกฎหมาย หรือเจตนาที่จะทำนิติกรรม) แล้วนั้น ข้อความที่ได้ส่งไป จะมีผลประการใดในทางกฎหมาย เรามาลองศึกษาดูจากคำพิพากษาศาลฎีกา ดังต่อไปนี้กันครับ</p>



<p>____________________________________________</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2085/2566 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 โจทก์ส่งข้อความถึงจำเลยผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชต ซึ่งข้อความที่โจทก์ส่งถึงจำเลยมีเนื้อหา ความว่า “ตัวเองไม่ต้องคืนเงินพี่แล้วนะ แล้วพี่ก็จะไม่ทวงไม่ทำให้ตัวเองลำบากใจอีก พี่ขอโทษกับเรื่องราวที่ผ่านมา และอยากให้รู้ว่าพี่ยังรักตัวเองอยู่” ข้อความการสนทนาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะทวงเงินที่จำเลยยืมไปอีก เป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่จำเลย ส่วนที่โจทก์อ้างว่าเป็นการปลดหนี้อื่น ไม่ใช่หนี้จำนวน 105,000 บาท จำเลยยืมไปแล้วยังไม่ชำระคืนให้โจทก์ตามฟ้อง เห็นว่า โจทก์ส่งข้อความทางแอปพลิเคชันไลน์ทวงเงินคืนจากจำเลย และส่งข้อความถึงจำเลยให้เวลาจำเลยคืนเงินภายใน 1 เดือน เมื่อจำเลยมีพยานหลักฐานคือข้อความที่โจทก์ส่งถึงจำเลยทางแอปพลิเคชั่นวีแชต ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่โจทก์ทวงเงินคืนจากจำเลยว่าโจทก์ปลดหนี้ตามฟ้องให้จำเลยแล้ว แม้ข้อความจะไม่ได้ระบุชัดว่ามูลหนี้ใดและโจทก์อ้างว่าหมายถึงหนี้จำนวนเล็กๆ น้อยๆ อื่น แต่มูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยืมจากโจทก์ก็คงมีเพียงมูลหนี้ 105,000 บาท เพียงอย่างเดียว เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับที่โจทก์เบิกความตอบทนายโจทก์ถามเพิ่มว่า โจทก์คบหากับจำเลย ระหว่างที่คบหาก็มีการให้ยืมให้ยืมเงินเล็กๆ น้อยๆ บ้างประมาณ 1,000 ถึง 2,000 บาท บ้าง และให้ทั้งที่เป็นเงินสดและโอนเข้าบัญชี การให้ดังกล่าวเป็นการให้โดยเสน่หา ยิ่งสนับสนุนให้เห็นว่าเงินจำนวนเล็กน้อยที่โจทก์อ้างนั้นเป็นการให้โดยเสน่หาเฉกเช่นคนรักที่คบหากัน ไม่ใช่มูลหนี้อื่นตามที่โจทก์อ้าง และไม่ปรากฎว่าโจทก์นำพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีมูลหนี้ที่จำเลยยืมจากโจทก์จำนวนอื่นอีก แม้การแสดงเจตนาปลดหนี้จะใช้วิธีการส่งข้อความผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชต ซึ่งมิใช่การส่งผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ตามที่โจทก์เคยใช้ติดต่อกับจำเลย ก็ได้ความจากคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์เองว่า จำเลยตัดช่องทางการติดต่อกับโจทก์ โจทก์ได้ติดต่อจำเลยทางโทรศัพท์แต่จำเลยไม่รับ จึงติดต่อไปทางแอปพลิเคชันวีแชต จึงเชื่อว่าหนี้ที่โจทก์แสดงเจตนาปลดหนี้เป็นหนี้จำนวนเดียวกันกับที่โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมตามฟ้อง การส่งข้อความผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชตเป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอิเทอร์เน็ต ถือเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงต้องนำ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิล็ทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาใช้บังคับด้วย เมื่อโจทก์ยอมรับว่าโจทก์ส่งข้อความดังกล่าวให้จำเลยผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชต ซึ่งสามารถยืนยันตัวตนโจทก์ได้ ข้อความการสนทนาดังกล่าวจึงรับฟังได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่จำเลยโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิล็ทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7, 8 พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักให้รับฟังได้มากกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้รับการปลดหนี้จากการกู้ยืมเงินตามฟ้องแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์</p>



<p>____________________________________________</p>



<p>หมายเหตุ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มาตรา 340 “ถ้าเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ท่านว่าหนี้ก็เป็นอันระงับสิ้นไป</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถ้าหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย &#8230;”</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิล็ทรอนิกส์ พ.ศ. 2544</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มาตรา 7 “ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของ ข้อความใดเพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์”</p>



<p>                   มาตรา 8 “ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 9 ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือมีเอกสารมาแสดง หรือกำหนดผลทางกฎหมาย กรณีไม่ทำเป็นหนังสือ ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่มีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้น เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่า ข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือมีเอกสารมาแสดงตามที่กฎหมายกำหนด  …”</p>



<p>สรุป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ข้อความที่โจทก์ส่งถึงจำเลยมีเนื้อหา ความว่า “ตัวเองไม่ต้องคืนเงินพี่แล้วนะ แล้วพี่ก็จะไม่ทวงไม่ทำให้ตัวเองลำบากใจอีก พี่ขอโทษกับเรื่องราวที่ผ่านมา และอยากให้รู้ว่าพี่ยังรักตัวเองอยู่” ข้อความการสนทนาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะทวงเงินที่จำเลยยืมไปอีก เป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่จำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. การส่งข้อความผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชตเป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอิเทอร์เน็ต ถือเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความการสนทนาดังกล่าวจึงรับฟังได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่จำเลยโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ</p>
<p>The post <a href="https://suwanitilawoffice.com/2025/02/07/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/">บทความเคสตัวอย่างเรื่องที่ 1</a> appeared first on <a href="https://suwanitilawoffice.com">Suwaniti Law Office</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
